ทำไมต้องเรียนหลักสูตรนี้?

  • เป็นหลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในประเทศไทย ที่มีการบูรณาการศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการจัดการภัยพิบัติไว้ด้วยกัน
  • โลกปัจจุบันมีแนวโนมที่มลพิษถูกปล่อยออกมามากขึ้น จนเป็นเหตุให้เกิดภัยพิบัติบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น และเมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้น ส่งผลกระทบย้อนกลับสู่สิ่งแวดล้อมเช่นกัน
  • กฎหมายกำหนดให้ ทุกหน่วยงานที่ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมต้องมีวิศวกรสิ่งแวดล้อม
  • มีความต้องการบุคลากร ทางด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติของทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก

จุดเด่นของบัณฑิตที่จบจากหลักสูตรนี้?

“วิศวกรสิ่งแวดล้อม ที่นอกจากมีความสามารถในการดูแล ออกแบบ และควบคุมระบบบำบัดมลพิษ ทั้งขยะ น้ำเสียและควันพิษแล้ว ยังมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการจัดการภัยพิบัติ เพื่อวางแผนป้องกันและจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้”


4 ปีเรียนรู้อะไร?

วิชาการออกแบบและควบคุมระบบบำบัดมลพิษ (ปี 3 – 4)
  • สุขาภิบาลอาคาร
  • การกำจัดขยะมูลฝอย
  • การจัดการของเสียอันตราย
  • การออกแบบและควบคุมมลพิษทางอากาศ
  • วิศวกรรมนำเสียและการออกแบบ
  • การจัดการระบบสิ่งแวดล้อม
  • กฎหมายสิ่งแวดล้อม
พื้นฐานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (ปี 2 – 3)
  • เคมีสำหรับวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
  • ปฏิบัติการนำและนำเสีย
  • ชีววิทยาสำหรับวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
  • หน่วยกระบวนการทางสิ่งแวดล้อม
  • ปฏิบัติการทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
วิชาศึกษาทั่วไป
  • การศึกษาทั่วไปเพื่อการพัฒนามนุษย์
  • ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
  • ภาษาอังกฤษ
  • จิตวิทยาทั่วไป
  • สุขภาพและนัทนาการ

 

วิชาการจัดการและเตือนภัยพิบัติ (ปี 3-4 )
  • การจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติและสภาพภูมิอากาศ
  • การควบคุมภาวะน้ำท่วมและภัยแล้ง
  • การจัดการทรัพยากรน้ำ
  • ภูมิสารสนเทศสำหรับวิศวกรรมฯ
  • การจัดการธรณีพิบัติภัย
  • สารสนเทศเพื่อการพยากรณ์เตือยภัยพิบัติ
พื้นฐานวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (ปี 1-3)
  • ภัยพิบัติธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • อุตุนิยมวิทยาทั่วไป อุทกวิทยา
วิชาพื้นฐานวิศวกรรม (ปี 2 )
  • คณิตศาสตร์วิศวกรรม กลศาสตร์
  • การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • เขียนแบบวิศวกรรม วัสดุวิศวกรรม
  • กำลังวัสดุ การสำรวจฯ ชลศาสตร์
  • ปฏิบัติการชลศาสตร์
วิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ (ปี 1)
  • แคลคูลัส สมการเชิงอนุพันธ์
  • ฟิสิกส์ 1-2 ปฏิบัติการฟิสิกส์
  • เคมี ปฏิบัติการเคมี

จบแล้วทำงานอะไร?

งานทางด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
  • จบหลักสูตรนี้มีสิทธิยื่นสอบใบประกอบวิชาชีพ (กว.) สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
  • งานเชิงวิศวกรรมออกแบบและระบบควบคุมระบบบำบัดและกำจัดมลพิษ (นำเสีย ขยะ ก๊าซพิษ ฝุ่น)
  • งานที่ปรึกษาโครงการ วางแผนนโยบาย เกี่ยวกับการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบการทุกประเทศที่มีการปล่อยของเสียสู่สิ่งแวดล้อม บริษัทเอกชนและที่ปรึกษาในการออกแบบระบบบำบัดมลพิษทั้งน้ำเสีย ขยะ ควันพิษ ฝุ่น หน่วยงานราชการต่าง ๆ เช่น กรมควบคุมมลพิษ กรมแรงงานอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักสิ่งแสดล้อมกทม. กรมชลประทาน การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค
งานทางด้านการจัดการภัยพิบัติ
  • งานเชิงเทคนิคด้านสารสนเทศและการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติต่าง ๆ
  • งานเชิงวิศวกรรมออกแบบและระบบควบคุมระบบบำบัดและกำจัดมลพิษ (นำเสีย ขยะ ก๊าซพิษ ฝุ่น)
  • านให้คำปรึกษา วางแผนโครงการ และประสานงานชุมชนที่เกี่ยวข้องกับงานด้านภัยพิบัติ
  • หน่วยงานอิสระ บริษัทที่ปรึกษา องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานราชการ เช่น ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น Asian Disaster Preparedness Center (ADPC)

คำถามที่พบบ่อย?

วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมมุ่งเน้นให้มีทักษะในการออกแบบ (Design) ควบคุมและปฏิบัติการ ( Control & Operation) ระบบบำบัดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมในระดับอุตสาหกรรม แต่วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจะเน้นทักษะด้านการตรวจวัด (Monitoring) และวิเคราะห์ (Analysis) คุณภาพทางสิ่งแวดล้อมในระดับห้องปฏิบัติการซึ่งก็เป็นพื้นฐานเบื้องต้นที่สำคัญของวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเช่นกัน

เป็นใบที่แสดงให้ทราบว่าบุคคลนั้นได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ได้แก่ งานที่ปรึกษา ออกแบบและควบคุมระบบได้โดยไม่ผิดกฎหมาย สำหรับสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมนั้นสามารถเป็นที่ปรึกษาโครงการด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการจัดการขยะ โครงการบำบัดน้ำเสีย อุตสาหกรรมและชุมชน รวมไปถึงงานด้านการออกแบบระบบการผลิตน้ำประปา ระบบดับเพลิงและท่อน้ำภายในอาคาร

หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในประเทศไทยที่มีการบูรณาการศาสตร์ทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมมาผนวกรวมกับความรู้ด้านการจัดการภัยพิบัติ ทำให้นักศึกษามีความโดดเด่นในทักษะเชิงวางแผนและปฏิบัติการเพื่อสามารถจัดการเหตุฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติและมนุษย์ได้ บัณฑิตที่จบไปจึงสามารถทำหน้าที่เป็นทั้งวิศวกรสิ่งแวดล้อมและผู้เชี่ยวชาญด้นการจัดการภัยพิบัติในคนเดียวกันได้

เนื่องจากพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีมีโรงงานอุตสาหกรรมทางด้านอาหาร เกษตรและกระดาษ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ที่มีการปล่อยมลพิษจำพวกนำเสียเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวและดินถล่มที่ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์และมีเขื่อนขนาดใหญ่ของประเทศตั้งอยู่อีกด้วย ทำให้มีแหล่งเรียนรู้มากมายรอบมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังสามารถนำปัญหาของชุมชนท้องถิ่นมาเป็นโจทย์ในงานวิจัยและวิชาการได้อีกด้วย